ไปสอนที่องค์กรค้าปลีกแห่งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้พอจับสังเกตได้ว่าพนักงานที่มาเรียนน่าจะเป็น Gen-X ตอนปลายๆและมี Gen-Y เกินครึ่งห้อง เลยถามในห้องว่าใครใช้ Canva อยู่เป็นประจำได้คำตอบว่ามีใช้อยู่ประมาณ 5%
วันก่อนคุยกับเพื่อนวิทยากรอีกท่าน นางไปงานสัมมนาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเลยฝากให้ไปถามคนร่วมงานอายุน้อยๆประเภท First-Jobber อะไรแนวๆนี้เลยได้ Insight บางอย่างมา
สรุปได้ดังต่อไปนี้
- PowerPoint ยังครองความนิยมในองค์กร เพราะใช้กันมายาวนาน พนักงานคุ้นเคย การเปลี่ยนไปใช้โปรแกรมอื่นจึงลำบากเพราะต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อการทำงาน
- การซื้อ Microsoft Office คุ้มค่าสำหรับองค์กร เพราะได้หลายโปรแกรมที่ทำงานร่วมกันได้ดี Microsoft ยังอัพเดทและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อยู่เสมอ
- PowerPoint มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับแต่ง (Customize) แต่อาจต้องเริ่มจากศูนย์และใช้ทักษะการออกแบบ เหมาะสำหรับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่อาจยากสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการออกแบบ
- สำหรับคนที่ไม่มีทักษะด้านการออกแบบ PowerPoint อาจท้าทาย ขณะที่ Canva มี Template หลากหลายช่วยให้สร้างงานที่ดูดีได้ง่าย
- Canva ใช้งานง่ายด้วยระบบลากและวาง มีคลังรูปภาพและ Element มากมาย แต่บางครั้งการปรับแต่ง Template อาจใช้เวลาไม่ต่างจากการทำเองตั้งแต่ต้น
- Canva มี Template มากมาย แต่บ่อยครั้งที่เราพบว่า ไม่เหมาะกับเนื้อหาที่เรามี เราจึงต้องเผชิญกับทางเลือกที่ท้าทาย จะปรับเนื้อหาให้เข้ากับ Template หรือยอมใช้ Template ที่อาจไม่เวิร์ค แต่เข้ากับเนื้อหามากกว่า
- การใช้ Template สำเร็จรูปอาจทำให้งานของเรา ดูเหมือนกับงานของคนอื่นๆ ขาดเอกลักษณ์ของตัวเราเอง อันนี้ได้ยินพวกกรรมการตัดสินงาน Demo Day หรือ Pitching เล่าให้ฟังว่า พอเห็นสไลด์หน้าแรกก็เดาได้ไม่ยากเลยว่ามาจากไหน
- การผสมผสานดีไซน์จากหลาย Template บน Canva อาจทำให้งานขาดความเป็นเอกภาพ ไม่มี Theme ให้ยึดเกาะ แต่ถ้าทำสำเร็จอาจได้งานที่ได้จะมีเอกลักษณ์และน่าสนใจได้ การหา Template หรือ Elements ที่เหมาะสมใน Canva อาจใช้เวลาและท้าทาย บางครั้งสิ่งที่ต้องการอาจเป็นแบบพรีเมียมที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มบางครั้งสิ่งที่อยากได้ก็อาจหาไม่เจอ
- Canva มี Elements หลากหลาย แต่อาจทำให้เสียเวลาในการเลือกและเกิดภาวะ “ตัดสินใจไม่ได้”PowerPoint อาจเหมาะกับการนำเสนอข้อมูลซับซ้อน มีเครื่องมือสร้างกราฟและแผนภูมิที่หลากหลาย รองรับการสร้าง Smart Art ที่เป็น Diagram สำเร็จรูปสำหรับอธิบายกระบวนการซับซ้อน และสามารถเลือกให้เข้ากับเนื้อหาที่ต้องการได้
- การส่งออกไฟล์จาก Canva อาจมีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้กับโปรแกรมอื่น ฟอนต์หรือการจัดวางอาจเปลี่ยนไป และไฟล์อาจมีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม Canva มีตัวเลือกการส่งออกที่หลากหลาย และไม่เกินความสามารถที่จะจัดการ
- PowerPoint มีฟีเจอร์การนำเสนอที่ซับซ้อน เช่น Animations และ Transitions ที่ปรับแต่งได้ละเอียด แต่ต้องใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝนเพิ่ม
- Canva มีฟีเจอร์ทำวิดีโอที่ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับสร้างวิดีโอสั้นๆ สำหรับโซเชียลมีเดียมี Template วิดีโอสำเร็จรูปมากมาย
แต่อาจมีข้อจำกัดในการแก้ไขวิดีโอแบบซับซ้อน - Canva โดดเด่นในด้านการทำงานร่วมกันแบบ real-time หลายคน สามารถแก้ไขงานพร้อมกันได้การแชร์และให้ feedback ทำได้ง่ายในขณะที่ PowerPoint อาจไม่ราบรื่นเท่าในการทำงานร่วมกันแบบออนไลน์
- Canva ใช้ AI ช่วยในการสร้างเนื้อหาและดีไซน์ มีฟีเจอร์ช่วยเขียนเนื้อหา แนะนำ Template และตัดพื้นหลังภาพแบบอัตโนมัติ
แม้จะช่วยประหยัดเวลา แต่ผลลัพธ์อาจไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป - PowerPoint มีความยืดหยุ่นในการใช้งานออฟไลน์ สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต
- Canva มีชุมชนผู้ใช้ขนาดใหญ่ที่แบ่งปัน Template และไอเดียช่วยประหยัดเวลาและหาแรงบันดาลใจได้ง่ายแต่อาจทำให้ผลงานดูเหมือนๆ กันจำเป็นต้องปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อสร้างความแตกต่าง
- การเลือกระหว่าง PowerPoint และ Canva ขึ้นอยู่กับความต้องการและทักษะของผู้ใช้ PowerPoint เหมาะกับงานซับซ้อน Canva เหมาะกับงานกราฟิกรวดเร็ว บางคนอาจใช้ทั้งสองโปรแกรมร่วมกันตามความเหมาะสม
- มีช่องว่างระหว่างวัยในการใช้เทคโนโลยีผู้บริหาร Gen-X คุ้นเคยกับ PowerPoint ขณะที่ Gen-Y และ Z อาจชอบ Canva มากกว่า ความแตกต่างนี้ส่งผลต่อการเลือกใช้เครื่องมือในองค์กรและอาจเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพนักงานต่างวัย
- คนรุ่นใหม่มักจำใจใช้ PowerPoint ในองค์กรแต่เลือกใช้ Canva สำหรับงานส่วนตัวสะท้อนอะไรบางอย่างสำหรับคนต่าง Gen ในที่ทำงานเดียวกัน
- การสร้างความเข้าใจและการยอมรับระหว่างคนต่างรุ่นในการใช้เทคโนโลยีเป็นความท้าทายสำคัญแต่ก็เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะระหว่างพนักงาน องค์กรควรส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
สรุป
ไม่ว่าจะเลือกใช้ PowerPoint หรือ Canva สิ่งสำคัญที่สุดคือ ประสิทธิภาพในการสื่อสารและการบรรลุวัตถุประสงค์ของการนำเสนอ
ควรเลือกใช้เครื่องมือตามความเหมาะสมกับเนื้อหา กลุ่มเป้าหมาย และสถานการณ์ มากกว่าการยึดติดกับเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่ง
“เครื่องมือคือตัวช่วย ไม่ใช่ตัวชี้วัด สื่อสารให้โดนใจ คือหัวใจของการนำเสนอ”
Presentation Cafe by Ben
www.PresentationBen.com
หลักสูตรสำหรับคนในองค์กร
ค้นพบจุดแข็งของแต่ละเครื่องมือ และรู้จักวิธีใช้ประโยชน์เพื่อเสริมจุดอ่อนของอีกฝ่าย หลักสูตรนี้จะช่วยให้เลือกใช้เครื่องมือได้อย่างชาญฉลาด และสร้างสไลด์ที่โดดเด่นเหนือใครได้ในแบบของเรา
Slide Synergy: Unleashing the Combined Power of Canva and PowerPoint

